ACNOTIN เป็นยาตัวเดียวกับ Roaccutane ซึ้งทั้งสองยี่ห้อนี้เป็นยารักษาสิวที่แพทย์ตามคลินิคความงามนิยมจ่ายให้กับคนไข้ที่มารักษาสิวค่ะ ราคาที่จำหน่ายตามคลินิคจะแพงมาก ๆ ค่ะ Roaccutane, Acnotin เป็นยากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ ซึ่งประกอบด้วยสาร 13-cis retinoic acid ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในชื่อทางเคมี คือ Isoetinoin จัดเป็นยาที่ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งในการรักษาสิวยุค 2000 เพราะจัดยาเป็นยาเพียงชนิดเดียวที่ใช้ต่อเนื่องมามากกว่า 15 ปี ที่สามารถรักษาโรคสิวให้หายขาดได้
กลไกการออกฤทธิ์ของยา ที่สามารถรักษาสิวให้หายขาดได้ เนื่องจากมีผลต่อทุกปัจจัยที่มีส่วนที่ทำให้เกิดสิว ดังนี้
- ลดการผลิตไขมัน(sebum)ที่ต่อมไขมัน ทำให้ผิวหน้ามันลดลง
- ลดอัตราการเกิดสิวอุดตัน
- ลดจำนวนแบคทีเรีย P.acne ที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ โดยมีผลงานวิจัยของ ศจ. Jean-Hilaire Saurt หัวหน้าภาควิชาโรคผิวหนังของมหาวิทยาลัยเจนีวา แสดงว่า ผู้ป่วยสิวที่ได้รับยา Isotretinoin จนครบ 8-16 สัปดาห์ จะมีจำนวนเชื้อสิวที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้รอยแผลเป็น รอยหลุมสิว เรียบเนียนขึ้นได้
ขนาดของยาที่รับประทาน มักเริ่มที่ วันละ 0.5 มก./ก.ก. หรือ ประมาณ 10 มก.ต่อวัน ( โดยยาที่มีจำหน่ายทั่วไป มี 2 ขนาด คือ แคบซูล 10 มก. และ 20 มก.) และอาจจะเพิ่มขนาดยาจนถึง วันละ 1 มก./ก.ก. ถ้าอาการไม่ดีขึ้น และรับประทานต่อเนื่องจนมีขนาดยาสะสม คือ 120 มก.ต่อก.ก. ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ปี แต่ส่วนใหญ่มักใช้ในรายที่มีสิวรุนแรง และอักเสบมาก กรณีที่เป็นไม่มาก แพทย์มักให้รับประทานระยะเวลาสั้นๆ 3-6 เดือน แล้วหยุดยา ถ้ามีอาการขึ้นมาใหม่ถึงให้รับประทานยาต่อ และฤทธิ์ยาจะสะสมต่อเนื่อง โดยทั่วไป 90% อาการสิวมักจะหายไปหลังการรักษา 3-6 เดือน และถ้ารับประทานต่อเนื่องจนมีขนาดยาสะสม คือ 120 มก.ต่อก.ก พบว่า 80% ของผู้ป่วยจะหายขาดไม่เป็นใหม่
ผลข้างเคียงและข้อห้ามใช้ยา มีดังต่อไปนี้
- ริมฝีปากแห้ง คอแห้ง
- จมูกและตาแห้ง
- ผิวหน้าแห้งตึง
- สิวอาจเห่อได้ เมื่อรับประทานยาใน 1-4 สัปดาห์แรก
- ไม่แนะนำให้บริจาคเลือดขณะรับประทานยา กลุ่ม Retinoids
- มีอาการซึมเศร้าได้ หลังหยุดยาทันที แต่อัตราการเกิดน้อย ถ้าอยู่ในความดูแลของแพทย์
- รับประทานยาเกิน 6 เดือน ควรตรวจเลือด และร่างกายเกี่ยวกับการทำงานของตับ ระดับไขมันในเลือด เพราะอาจจะทำให้ระดับ SGOT,SGPT และ Triglyceride สูงขึ้นจากปกติ
** สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด **
ห้ามใช้ยาในหญิงมีครรภ์ เนื่องจากทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ คุมกำเนิดก่อนกินยา 1 เดือน หลังหยุดยาให้คุมกำเนิดต่ออีก 1 เดือน ควรทดสอบการตั้งครรภ์ว่าให้ผลลบ ก่อนกินยา 2 อาทิตย์ สำหรับผู้ชายที่กินยาตัวนี้แล้วมีลูก จะไม่มีผลอะไรกับลูก ยาสามารถผ่านทางน้ำนมได้ จึงไม่ควรกินในรายที่ให้นมลูก
* ควรกินพร้อมอาหาร จะทำให้ร่างกายนำยาไปใช้ได้เป็นสองเท่าของตอนท้องว่าง
ขนาดบรรจุ 1 กล่อง มี 30 เม็ด
สินค้าทุกตัวรับประกันความแท้ 100%